| Профиль пользователя PasuกระดาษทดФотографииБлогСписки | Справка |
|
กระดาษทดмарта 07 ใช้ Bloglines กันเถิดครับพี่น้องจริง ๆ ไม่อยากเขียนไว้ที่นี่หรอกครับ แต่พอจะรู้ว่าที่นี่คนอ่านเยอะกว่า เลยอยากโฆษณาวิธีดี ๆ ในการอ่าน blog ชาวบ้านครับ ผมเชื่อครับว่าอีกหลายคนคงไม่รู้จัก Feed แน่นอน Feed คืออะไร "Feed หมายถึงข้อมูลที่มีการส่งผ่านมาจากเว็บไซต์ที่ให้บริการข่าว บล็อก หรือข้อมูลต่างๆ มาในลักษณะข้อมูลสั้นๆ ในรูปแบบ RSS หรือ Atom"[1] พูดง่าย ๆ คือ แทนที่เราจะต้องไปนั่งไล่อ่านบล็อกมันทุกคน โปรแกรมจะฟีดมาให้เราอ่านทุกครั้งที่บล็อกนั้นมีการอัปเดต ลดเวลาที่เราต้องไปนั่งกด ๆ ลงได้มากครับ และเราจะมั่นใจว่าทุกครั้งที่มีการอัปเดตบล็อก เราจะไม่พลาด ตัวอย่างหนึ่งที่อยู่ใกล้ตัวที่สุดคือ เครื่องหมายดอกจัน มีวิธีอื่นไหม ?ถ้าใครเลิกใช้ IE ไปแล้วอาจจะคุ้นเคยกับคำว่าฟีดมากกว่าครับ นั่นก็เพราะ ใน IE 6 นั้นยังไม่สนับสนุนการใช้ฟีด ต้องอาศัย Third Party Browser เช่น Maxthon ที่จะมารัน Trident (Layout Engine ของ IE) ให้สามารถอ่านฟีดได้ ข่าวดีหรือเปล่าก็คือ IE 7 มีการสนับสนุนที่ว่านี้ครับ (หวังว่ามันคงไม่ทำให้ผู้พัฒนาเว็บชุ่ยกับการเขียนโค้ดที่ไม่ถูกหลักเหมือนกับ IE 6) แต่กว่าจะมาถึงวันนั้น เราคงต้องหาอะไรสักอย่างที่จะมาช่วยเราอ่านฟีดครับ ผมเองใช้ Firefox ซึ่งสนับสนุนฟีดอยู่แล้วตอนแรก็ใช้แค่ Live Bookmark ของมันครับ แต่พอเริ่มอ่านบล็อกมากขึ้นก็ชักติด ปัญหาก็คือมันเยอะเกินไปครับเลยหาโปรแกรมช่วยอ่าน ก็มาเจอกับ Sage ซึ่งเป็น Extension ของ Firefox ซึ่งช่วยชีวิตผมได้มากเลยกับการตามอ่านฟีดจำนวนมาก ทางตันปัญหาหลังจากการใช้ Sage (ซึ่งมันก็ใช้ได้ดี) มาระยะหนึ่งก็คือ มันไม่ได้ตามเราไปในทุกที่ นั่นหมายถึง ที่บ้านเราก็มี Bookmark ชุดหนึ่ง ไปที่ทำงานหรือโรงเรียน เราก็ต้องตั้ง Bookmark ไว้ใหม่อีก จะย้ายเครื่องก็ไม่สะดวก แล้วถ้าเพิ่มเว็บที่บ้านก็ต้องมาเพิ่มเว็บที่ทำงานอีก จะไปอ่านเครื่องชาวบ้านก็ไม่ได้ ทางเลือกใหม่ ในภาวะที่เว็บ 2.0 กำลังมาแรง เรามี del.ico.us เป็น Bookmark ออนไลน์ (หวังว่าคงไม่ต้องใช้คำว่า Favorites นะ) แล้ว ทำไมเราจะมีตัวอ่านฟีดออนไลน์บ้างไม่ได้ ให้คอยเก็บที่อยู่ฟีดที่เราต้องการอ่านไว้ ทางเลือกใหม่มีหลายทางแต่ที่ผมลองมี Google Reader และ Bloglines ที่ลอง Google Reader ก็เพราะมันเป็นบริการของ Google ครับ ไม่มีเหตุผลอื่น ส่วน Bloglines นี่มีคนแนะนำมา ที่ใช้ Bloglines แล้วรู้สึกว่าชอบมากกว่าก็เพราะ มันสามารถแชร์กับคนอื่นได้ครับ และตรงนี้ก็มีผู้ใช้คนไทยอยู่กลุ่มหนึ่งที่ใช้ Bloglines เลยได้ฟีดดี ๆ ภาษาไทยมาอ่านเยอะเลยครับ (ยิ่งกว่าเดิมอีก) Bloglines ทำหน้าที่เก็บรายชื่อฟีดที่เราอ่านไว้ และยังรู้ว่าฟีดอันไหนเราอ่านไปแล้ว หรือยังไม่ได้อ่าน แม้ว่าจะเปลี่ยนเครื่องที่ใช้ก็ตาม นอกจากนั้นถ้ารู้สึกว่าฟีดอันไหนเด็ด เราก็ Clip ไว้ เผื่อวันหลังจะกลับมาอ่านอีกก็ได้ หรือว่าอยากส่งให้เพื่อนก็กดส่งอีเมลได้เลยครับ ทั้งคู่ (รวมทั้ง Sage ที่แนะนำไป) สามารถ IMPORT/EXPORT ไฟล์ OPML (อาจจะเรียกได้ว่ามาตรฐาน Bookmark ของวงการนี้) ซึ่งจะเก็บรายชื่อฟีดที่เราอ่านบ่อย ๆ (ทำครั้งเดียวตอนเริ่มใช้) (ผมมีลิสต์ OPML ของเพื่อน ๆ เก็บไว้จำนวนมากครับ สนใจก็ขอได้ครับจะเมลไปให้ ไม่ต้องนั่ง add) สรุปคืออ่านฟีดผ่านโปรแกรมเถิดครับ จะโปรแกรมอะไรก็ได้ แต่ผมแนะนำ Bloglines เอกสารอ้างอิง ปล. ตั้งใจว่าจะปล่อยบล็อกนี้ไว้อย่างนี้แหละครับ โฆษณา Bloglines ไปเรื่อย ๆ ใครอยากอ่านบล็อกคงรู้แล้วว่าต้องไปอ่านที่ ./bpasu เพิ่งเริ่มเขียนใหม่ครับ อ่อโฆษณา GizzyGeek ด้วยครับข่าวเกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ผมกับเพื่อน ๆ ช่วยกันเขียนไว้ декабря 03 พระวิษณุกรรมพระวิษณุกรรม เป็นเทพแห่งศิลปะการช่าง มีชื่อเรียกต่างๆ กัน เช่น พระวิศวกรรม พระเวสสุกรรม พระวิศุกรรม พระวิศวกรมัน พระเพชฉลูกรรม หรือพระตวัสตฤ เป็นต้น
ประวัติของพระวิษณุกรรมไม่แน่ชัดนัก ตำนานหนึ่งว่าเป็นโอรสของ "ภูวน" อีกตำนานว่าเป็นโอรสของ "ประภาส" ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะวสุเทพ บริวารของพระอินทร์ วสุเทพนี้มี 8 องค์คือ ธร (ดิน) อาป(น้ำ) อนิล(ลม) อนล(ไฟ) โสม(เดือน) ธรุระ(ดาวเหนือ) ปรัตยุษ(รุ่ง) และประภาส(แสงสว่าง)
เรื่องราวของพระวิษณุกรรม มักจะเกี่ยวข้องกับพระิอินทร์อยู่เสมอ ด้วยเหตุที่พระวิษณุกรรมเป็นเทพบริวารฝ่ายช่างของพระอินทร์ ดังปรากฏความในคัมภีร์อรรถกถาธรรมบทว่า เมื่ออดีตภพพระิอินทร์เกิดเป็นมนุษย์ มีนามว่ามาฆมาณพ อยู่ที่ตำบลจุลคาม แคว้นมคธ มาฆมาณพได้ดำเนินชีวิตไปในทางบุญกุศลโดยตลอด เริ่มด้วยการแผ้วถางสร้างทางเดิน ในขณะที่สร้างมีบุรุษมาไต่ถามความประสงค์เรื่อยๆ มาฆมาณพก็ตอบว่าสร้่างทางไปสวรรค์ บุรุษนั้นๆ ก็ใมาร่วมด้วยจนมีจำนวนได้ 33 คน ต่อมาบุรุษทั้ง 33 คน นั้นได้พากันไปสร้างศาลาที่ทางใหญ่สี่แพร่งด้้วยความมุ่งหมายเพื่อสร้างทางไปสวรรค์ต่อไป ในการสร้างศาลานี้มาฆมาณพพร้อมด้วยบุรุษทั้ง 33 คน ได้ไปเชิญนายช่างไม้ที่มีความสามารถผู้หนึ่งมาเป็นนายงาน นายช่างไม้ผู้นี้ได้แสดงความสามารถเป็นที่ประจักษ์ ในที่สุดศาลาหลังนั้นก็สำเร็จรูปเป็นประโยชน์แก่ผู้สํญจรไปมาด้วยการกระทำของมาฆมาณพเ็ป็นผู้กำกับการ นายช่างไม้เป็นนายช่างก่อสร้าง บุรุษทั้ง 33 คน เป็นคนงาน ด้วยอานิสงส์ของกุศลดังกล่าว เมื่อมาฆมาณพและเ้หล่าบุรุษทั้งหลายถึงแก่้กรรม ก็ได้ไปบังเกิด เป็นเทพยดาในสรวงสวรรค์ทั้งหมด มาฆมาณพไปเกิดเป็นสมเด็จอมรินทราชาธิราช(พระอินทร์) แห่งดาวดึงส์พิภพเป็นใหญ่กว่าเทพยดาในสองชั้นฟ้า นายช่างไม้ได้ไปเกิดเป็นพระวิษณุกรรม นายช่างศิลปะแห่งเทวโลกรับใช้องค์สมเด็จ บุรุษทั้ง 33 คนนั้น ก็บังเกิดเป็นเทำยดาองค์อื่นๆ ตามลำดับ
พระวิษณุกรรมมีหน้าที่คอยรับใช้พระอินทร์เสมอเมื่อพระอินทร์ใคร่จะสร้างเทวาสลัย สถานที่หรือสิ่งหนึ่งสิ่งใดก็มีหน้าที่รับภาระสนองจัดสรน้าง ดังปรากฎเรื่องราวของพระวิษณุกรรมในวรรณคดีหลา่ยเรื่อง เช่น เรื่องพระเวสสันดรชาดก เมื่อพระเวสสันดรเสด็จไปอยู่เขาวงกต ไม่มีศาลาที่อาศัย องศ์พระวิษณุกรรมก็ลงมาเนรมิตอาศรมให้ดังความในนิบาตชาดกตอนหนึ่งกล่าวไว้ว่้า "ในขณะนั้นพิภพท้าวสักกเทวราชมีอากาศร้อน เมื่อท้าวสักกเทวราชใคร่ครวญทราบเหตุนั้นแล้ว ทรงพระราชดำริว่าพระมหาสัตว์เสด็จสู่ประเทศหิมวัน ท้าวเธอควรจะได้สถานที่ประทับอาศัย จึงตรัสเรียกพระวิสสุกรรมเทวบุตร มาตรัสสั่งว่า แน่ะพ่อ เธอจงไปนิรมิตอาศรมบทในที่เป็นรัมณียสถานใกล้เวิ้งวงกต แล้วทรงส่งวิสสุกรรมเทพบุตรไป เทพบุตรนั้นก็รับเทวบัญชาว่า สาธุ แล้วลงจากเทวโลกไปถึงที่นั้น นิรมืิตบรรณศาลา 2 หลัง ที่จงกรม 2 แห่ง กับที่พักกลางคืน และกลางวัน จัดสรรกอไม้ดอกอันวิจิตรด้วยบุปผชาตินานาพรรณ และสวนกล้วยไม้ในสถานนั้นๆ ณ ที่สุดแห่งจงกรม แล้วจัดบรรพชิตบริขารไว้ครบถ้วน จารึกอักษรไว้ว่า ผู้ใดปราถนาจะบรรพชา ผู้นั้นจงถือเอาบริขารเหล่านี้เถิด แล้วก็จัดเหล่าอมนุษย์ และเสียงอันน่าสยดสยองฝูงมฤคปักษีให้ปลาตหนีไปเสีย จึงกลับสู่สถานที่ของตน"
การกระทำพิธีบวงสรวงอัญเชิญพระวิษณุกรรมซึ่งถือเป็นเทพบรมครูของการช่าง เช่น การสังเวยครอบครู ไหว้ครู ขอพรนั้นมีธรรมเนียมปฏิบัติว่า พิธีนี้ต้องทำก่อนเข้าพรรษา เพราะเชื่อกันว่าเวลานั้นองศ์พระวิษณุกรรมยังประทับอยู่ ณ วิมานของพระองศ์เอง ซึ่งจะลงมารับเครื่องสังเวยนั้นๆ ได้ตามคำอัญเชิญ แต่ถ้าถึงเวลาเข้าพรรษา พระองค์จะต้องเข้าเฝ้ารับใช้พระอินทร์ ซึ่งเป็นกิจวัตรประจำของพระองค์ระยะเวลาดังกล่าวจึงไม่สามารถเสด็จลงมารับเครื่องสังเวยได้ และอีกประการหนึ่ง การประกอบพิธีนี้จะต้องทำก่อนเที่ยงวัน เพราะเชื่อว่าพระองค์ไม่เสวยในเวลาหลังเที่ยง ซึ่งถือเป็นเวลาวิกาล
ลักษณะของพระวิษณุกรรมมีสีกายสีเขียว โพกพระเศียรด้วยผ้าขาว ทรงจำศีล และถือหางนกยูงเป็นเครื่องมือ เพื่อโบกพัดปักวาดสิ่งที่สร้างขึ้น อย่างไรก็ตามมักพบรูปปั้น รูปหล่อ หรือรูปเขียนของพระองค์ ทรงถือผึ่งด้วยพระหัตถ์ขวา และทรงถือดิ่งด้วยพระหัตถ์ซ้ายนั้น คงเป็นการเปลี่ยนแปลงเพื่อแสดงให้มีความหายตรงกับหน้าที่ของพระองค์ ซึ่งเป็นที่น่าเคารพนับถือว่า เป็นบรมครูแห่งศิลปะการช่าง เพราะผึ่งกับดิ่งนั้น เป็นเครื่องมือของช่างไม้ หรือคตคงเพื่อต้องการให้ตรงกับกำเนิดเดิมของพระวิษณุกรรม ซึ่งเป็นนายช่างไม้ สร้างศาลาดังกล่าวมาแล้วก็เป็นได้ จึงบัญญัติเอาเครื่องมือของช่างไม้มาถือไว้ในพระหัตถ์ เพื่อเป็นที่ระลึกถึงกำเนิดวิชาศิลปะของท่าน
คัดบางส่วนมาจาก leaflet ของกรมศิลปากร เนื่องในโอกาสพิธีเทวาภิเษก |
|
||
|
|